Wellness Home คืออะไร? มากกว่าคำว่าบ้านสวยคือบ้านที่ฮีลใจ
Wellness Home คือ การออกแบบภายในบ้านเพื่อสุขภาพที่ดีและอยู่สบาย โดยเอาตัวเราเป็นที่ตั้ง ซึ่งไม่ใช่การเน้นแค่เฟอร์นิเจอร์สวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูไปถึงว่าอากาศในห้องเป็นอย่างไร แสงส่องถึงไหม หรือวัสดุที่ใช้มีสารพิษตกค้างหรือเปล่า เพราะการออกแบบภายในสไตล์นี้ จะต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังงานบวกให้คนในบ้านได้แบบเนียน ๆ นั่นเอง
7 องค์ประกอบของ Wellness Home ที่ทำให้บ้านอยู่สบาย

เพื่อให้ได้มาตรฐาน Wellness Home บ้านสุขภาพดีระดับสากล ทีม Interior Design ของ One Nine One ให้ความสำคัญกับ 7 ปัจจัยหลักดังนี้
1. Air Quality: ลมหายใจที่บริสุทธิ์
บ้านขนาดใหญ่มักมีจุดอับอากาศ เราจึงเน้นการวางระบบหมุนเวียนอากาศ และเลือกใช้วัสดุที่ไม่มีสารระเหยที่เป็นพิษ รวมถึงการติดตั้งระบบกรองฝุ่นละเอียดหรือเครื่องฟอกอากาศ เพื่อให้คุณที่ทำงานหนักมาทั้งวัน ได้กลับมาสูดลมหายใจที่สะอาดที่สุดในบ้านตัวเอง
2. Circadian Lighting: แสงสว่างที่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต
แสงไฟในบ้านไม่ใช่แค่เรื่องความสว่าง แต่คือการเลียนแบบแสงธรรมชาติในช่วงกลางวันเพื่อกระตุ้นความกระปรี้กระเปร่า และการใช้ Warm Light ในช่วงเย็นเพื่อเตรียมร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อน ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับได้อย่างยั่งยืน
อ่านบทความเพิ่มเติม: เทคนิคจัดแสงตามมาตรฐานแสงสว่างภายในบ้าน ให้สวยและใช้ได้จริง
3. Nourishment & Water: พื้นที่เตรียมอาหารที่เป็นระเบียบ
หัวใจหลักสำหรับห้องครัวในแบบ Wellness Home คือ ความสะอาด ถูกสุขอนามัย และเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดได้ง่าย การออกแบบเคาน์เตอร์ครัวที่รองรับการทำอาหารเพื่อสุขภาพ จะช่วยกระตุ้นให้คนในบ้านอยากใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น
4. Acoustic Comfort: ศาสตร์แห่งความเงียบสงบ
ความหรูหราที่แท้จริงคือความเงียบสงบ เราใช้เทคนิคการซับเสียงด้วยวัสดุพิเศษและการจัดผังห้อง (Zoning) เพื่อแยกพื้นที่พักผ่อนออกจากพื้นที่ทำกิจกรรม ลดเสียงรบกวนที่อาจรบกวนสมาธิหรือการนอนหลับ
อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัสดุซับเสียงและการจัดผังห้องได้ที่: ออกแบบห้องโฮมเธียเตอร์ให้สวยเสียงดี ด้วยวัสดุกันเสียงที่สมบูรณ์แบบ
5. Biophilic Design: การเยียวยาด้วยธรรมชาติ
มนุษย์เรามีความผูกพันกับธรรมชาติ ทำให้การสอดแทรกพื้นที่สีเขียวหรือการเลือกใช้วัสดุที่มีลวดลายธรรมชาติ เช่น หินอ่อน หรือไม้จริง จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตได้
6. Thermal Comfort: อุณหภูมิที่พอเหมาะ
การเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง หรือการออกแบบตำแหน่งเครื่องปรับอากาศที่ไม่ให้ลมสัมผัสตัวโดยตรง ช่วยลดอาการภูมิแพ้และทำให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
7. Mind & Spirit: สุนทรียภาพแห่งจิตใจ
การผสมผสานระหว่าง Wellness Home กับ Discreet Luxury ต้องอาศัยการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง อย่างการจัด Space ที่โปร่งโล่ง ลดความแออัด ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและเกิดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ ๆ
อ่านบทความเพิ่มเติม:จัดห้องนอนให้หลับง่ายขึ้น ด้วยหลัก Sleep Wellness

Psychology of Space กับการออกแบบที่มากกว่าตาเห็น
จุดที่ทำให้ Interior Design ระดับมืออาชีพต่างจากการตกแต่งทั่วไปคือเรื่องความรู้สึก โดยเราจะใช้จิตวิทยาในการจัดวางเลย์เอาต์เพื่อให้เกิดความโปร่งโล่ง ลดความรู้สึกอึดอัด
การเลือกโทนสีและพื้นผิวที่นุ่มนวลจะช่วยปรับจูนอารมณ์ของผู้อาศัยให้สงบลงเมื่อกลับถึงบ้าน เพราะการออกแบบที่ใส่ใจไปถึงความรู้สึกข้างใน ถือเป็นหัวใจสำคัญของบ้านอยู่สบาย
การเลือกวัสดุและงาน Craftsmanship ที่ยั่งยืน
ความลึกของ Wellness Home อยู่ที่รายละเอียดของวัสดุ (Material Selection) เราคัดสรรวัสดุธรรมชาติที่ปราศจากสารก่อมะเร็งและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผสานกับงานฝีมือที่ประณีตเพื่อให้ได้ผลงานที่ทรงคุณค่าและใช้งานได้ยาวนาน
เพราะการลงทุนกับวัสดุเกรดพรีเมียมไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือการรับประกันว่าบ้านจะปลอดภัยต่อสุขภาพของทุกคนในบ้านไปอีกหลายสิบปี

ทำไมต้องออกแบบกับทีมงานที่เป็นมืออาชีพแบบครบวงจร
การแต่งบ้านให้ได้ฟีล Wellness Home โดยที่ยังดูหรูหราอยู่ด้วยนั้นต้องอาศัยทีมงานที่เข้าใจภาพรวมทั้งหมด ที่ One Nine One เรามีทีมที่ดูแลแบบ Full Loop ตั้งแต่ทำภาพ 3 มิติให้เห็นทิศทางแสงและลมชัด ๆ ไปจนถึงการช่วยเลือกของตกแต่งที่เข้ากับสไตล์บ้าน
เราดูแลให้หมดทั้งงานรับเหมาตกแต่งและงานเฟอร์นิเจอร์สั่งทำ เพื่อให้มั่นใจว่างานจะออกมาตรงปกและมีคุณภาพทุกตารางเมตร หมดปัญหาตามแก้หน้างานหรือประสานงานกับผู้รับเหมาหลายเจ้าให้วุ่นวาย
Wellness Home คือการลงทุนกับคุณภาพชีวิต
การทำ Wellness Home คือการให้รางวัลตัวเองที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะมาเนรมิตบ้านหรือคอนโดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ One Nine One Interior Design and Decor พร้อมเป็นที่ปรึกษาที่จริงใจและเปลี่ยนบ้านในฝันให้เป็นพื้นที่ที่อยู่สบาย
ด้วยบริการรับออกแบบตกแต่งภายในบ้านอย่างครบวงจร และบริการ Home Preservation Care ช่วยดูแลรักษาบ้านเพื่อสุขภาพให้คุณอย่างถูกวิธี ไม่ว่าวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ของคุณจะเป็นของหายาก หรือมีคุณค่าทางจิตใจมากแค่ไหน ไว้ใจให้ทีมงานของเราช่วยดูแล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเราโทร. 02-430-6789 หรือแอดไลน์ @1nine1
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Wellness Home
Q: บ้านเก่าสามารถรีโนเวทให้เป็น Wellness Home ได้หรือไม่?
A: ได้ เราสามารถปรับปรุงระบบหมุนเวียนอากาศใหม่ เปลี่ยนวัสดุปูพื้น หรือรื้อถอนผนังบางส่วนเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติให้มากขึ้น การรีโนเวทแบบ Wellness จะช่วยชุบชีวิตบ้านหลังเดิมให้กลับมาน่าอยู่และส่งเสริมสุขภาพได้ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน
Q: ระบบ Smart Home จำเป็นสำหรับ Wellness Home หรือไม่?
A: ไม่ถึงกับจำเป็นที่สุด แต่ถือเป็นตัวช่วยที่ยกระดับความสะดวกสบายได้ดีมาก เช่น ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ทำงานร่วมกับเครื่องฟอกอากาศโดยอัตโนมัติ หรือระบบม่านไฟฟ้าที่เปิดรับแสงแดดตามเวลาที่กำหนด เพื่อช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมในบ้านให้คงที่และเหมาะสมต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น
Q: วัสดุประเภทไหนที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับบ้านเพื่อสุขภาพ?
A: วัสดุที่มีสารระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ซึ่งมักพบในสีทาบ้าน กาว และไม้อัดเกรดต่ำ สารเหล่านี้ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจในระยะยาว นอกจากนี้ควรระวังวัสดุที่สะสมฝุ่นและเชื้อราได้ง่าย เช่น พรมขนยาวที่ทำความสะอาดลำบาก หรือผ้าม่านที่ไม่ได้เคลือบสารกันไรฝุ่น
